11 มีนาคม 2562 ร้อนจัดใช้ไฟพุ่ง กฟผ.ชี้ปลายเม.ย.-พ.ค.พีคสุด อรัญฯแล้งขาดน้ำกินน้ำใช้

ที่มา: https://www.naewna.com/local/400602

กฟผ.ประเมินหน้าร้อนปีนี้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ โดยเฉพาะปลายเมษายน-พฤษภาคม ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยลดใช้ไฟฟ้า ขณะที่กรมฝนหลวงฯจับมือทอ.พร้อมขึ้นทำฝนเทียมทันทีที่สภาพอากาศพร้อม สู้ภัยแล้ง ดับฝุ่นควันพิษที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หมู่บ้านชายแดนขาดแคลนน้ำหนัก ต้องซื้อน้ำกิน ทหารส่งรถบรรทุกน้ำแจกด่วน ขณะที่แม่ฮ่องสอนยังวิกฤติ ไฟป่าเพิ่มหลายจุด จนท.ระดมกำลังดับทั้งวันทั้งคืน รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงฤดูร้อนปีนี้ว่า ปริมาณการใช้ไฟจะเพิ่มสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ.ประมาณ 29,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเติบโตจากปี 2561 ประมาณร้อยละ 2 และคาดว่าจะเกิดช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงกว่า 10,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ กฟผ.เตรียมความพร้อมในส่วนระบบผลิตไฟฟ้า บริหารจัดการโรงไฟฟ้าในระบบให้ทำงานบำรุงรักษาเท่าที่จำเป็น และขอความร่วมมืองดบำรุงรักษานอกแผนที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนตลอดช่วงฤดูร้อน โดยจะมีกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายประมาณร้อยละ 30 ซึ่งเพียงพอรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งได้ประสานบมจ.ปตท.เพิ่มความสามารถส่งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในส่วนระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. มีความพร้อมใช้งานเต็มความสามารถ โดยงดทำงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ในระบบส่งที่สำคัญ เพื่อไม่ให้กระทบการส่งไฟฟ้าในช่วงดังกล่าว ขอให้ทุกภาคส่วนมั่นใจว่า กฟผ. จะดูแลระบบผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า

ฝนหลวงจับมือทอ.สู้แล้ง

ในส่วนการแก้ปัญหาแล้งอากาศร้อน ทำให้หลายพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคบริโภคนั้น อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ได้ตั้งหน่วยฝนหลวงทั่วประเทศ 9 หน่วย ซึ่งมีสองหน่วยได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศ ในภารกิจทำฝนหลวงแก้ภัยแล้งปีนี้ โดยปฏิบัติการหน่วยฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดสงขลา สำหรับวันนี้ (10 มี.ค.) ตรวจวัดสภาพอากาศ ภาคตะวันออกพบว่ายังไม่เข้าเงื่อนไข โดยติดตามช่วงบ่าย เพื่อช่วยเหลือพื้นที่สวนผลไม้ต้องการน้ำ กำลังออกผลผลิต และโครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ส่วนภาคกลาง สภาพอากาศทรงตัว ไม่เข้าเงื่อนไข ทั้งนี้ มีเป้าหมายเติมน้ำเขื่อนทับเสลา ลุ่มน้ำเขื่อนกระเสียวได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ภาคเหนือ สภาพอากาศมีความชื้นน้อย โอกาสเมฆพัฒนาตัวเป็นไปได้ยาก ติดตามช่วงบ่ายเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตร และลดปัญหาหมอกควัน ภาคอีสาน ติดตามสภาพอากาศ ความชื้นน้อยมาก ไม่เข้าเงื่อนไข จะติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากพบสภาพอำนวยจะขึ้นปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตร บุรีรัมย์ นครราชสีมา และเติมน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนห้วยหลวง ส่วนภาคใต้ สภาพอากาศไม่เอื้อโดยจะติดตามดูช่วงบ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมน้ำให้ให้กับลุ่มน้ำป่าพรุโต๊ะแดง ป้องกันเกิดไฟไหม้ รวมทั้งขณะนี้เกิดไฟไหม้ป่า จังหวัดราชบุรี ซึ่งช่วงบ่ายหากมีสภาพอากาศเหมาะสม ก็พร้อมขึ้นทำฝนช่วยแก้ไขไฟป่า ทั้งนี้ทุกหน่วยปฏิบัติการเตรียมพร้อมขึ้นบินทันทีเมื่อสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข

อรัญฯอ่วมทหารลุยแจกน้ำ

ที่จังหวัดสระแก้ว ผบ.ชค.กรม.ทพ.12 (ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12) สั่งการให้ผบ.ร้อย ทพ.1201(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201) นำกำลังพล กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ออกสำรวจสภาพภัยแล้งและช่วยเหลือราษฎรตามหมู่บ้านชายแดนที่ประสบภัยแล้งในตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ พบว่าบ้านโสนน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลท่าข้าม ประสบภัยแล้งรุนแรงสภาพในหมู่บ้านแห้งแล้งแหล่งน้ำตามธรรมชาติน้ำแห้งขอด ราษฎรประมาณ 700 คนเดือดร้อนขาดน้ำอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะน้ำสะอาด ทุกหลังคาเรือนต้องซื้อน้ำดื่มทุกวัน หลังทราบปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรไทยหมู่บ้านชายแดน หมู่ที่ 2 บ้านโสนน้อย ตำบลท่าข้ามแล้ว เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกน้ำของกรมทหารพรานที่ 12 จำนวน 2 คัน ไปประสานขอรับการสนับสนุนน้ำประปาสะอาด ดื่มได้ จากการประปาส่วนภูมิภาค อำเภออรัญประเทศเข้าไปแจกจ่ายบรรเท่าความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน พร้อมกันนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาค อ.อรัญประเทศฯและภาคเอกชนในอำเภออรัญประเทศฯ ได้นำน้ำดื่มบรรจุขวด มาแจกให้ราษฎรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นอีกด้วย

แม่ฮ่องสอนไฟป่าโผล่124จุด

ปัญหาไฟป่าหมอกควันหลายจังหวัดภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง โดยศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนรายงานผลตรวจจับจุดความร้อนจากจากดาวเทียมระบบเวียร์ เวลา 02.12 น.วันที่ 10 มีนาคม พบจุดความร้อน 124 จุดที่อำเภอแม่สะเรียง 23 จุด อำเภอแม่ลาน้อย 2 จุด อำเภอขุนยวม 7 จุด อำเภอเมือง 26 จุด อำเภอปาย 36จุด และอำเภอปางมะผ้า 30 จุด โดยพบไฟป่าเกิดขึ้นต่อเนื่องในแทบทุกพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าไปดับไฟป่า และประชาสัมพันธ์ชาวบ้านช่วยลดการเผาป่า โดยผอ.ชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมไฟป่า (เหยี่ยวไฟ) สจป.1 แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าได้สนธิกับเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเข้าตรวจสอบ จุดความร้อนที่ดาวเทียมระบบเวียร์ตรวจพบบริเวณดอยนามน ท้องที่บ้านป่าปุ๊ หมู่ที่ 2 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อดับไฟทั้งวันทั้งคืน

ฝุ่นพิษเกินมาตรฐานต่อเนื่อง

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 วันที่ 10 มีนาคม เวลา 10.00 น.วัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้ 74 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 159 ซึ่งอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 4 – 10 มีนาคมปริมาณฝุ่นดังกล่าว เกินมาตรฐาน 5 วัน และต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 2 วันคือวันที่ 6-7 มีนาคม 2562